Meta Marketing – Marketing 6.0 คือ?

meta marketing ใน marketing 6.0
meta marketing ใน marketing 6.0
Meta Marketing – Marketing 6.0 คือ? META เป็นคำถาษากรีกซึ่งหมายถึง “อยู่เหนือ” จึงนิยามได้ว่าเป็นแนวทางการตลาดที่อยู่เหนือเส้นแบ่ง….

Meta Marketing – Marketing 6.0 คือ? ผมไม่เคยเชื่อเรื่อง Metaverse เลยจนกระทั่งได้อ่านเล่มนี้ การตลาด Metaverse เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนรุ่นเก่า แต่กับ Gen Z ที่เริ่มเป็นหนุ่มสาวแล้ว กับ Gen Alpha นั่นไม่ใช่ เพราะเขาเติบโตมากับมันสามารถทำมันเป็นเลยโดยไม่ต้องมีใครสอน

เป็นไปไม่ได้ Meta Marketing?

ผมเองก็ไม่ใช่คนรุ่นเก่าถึงขนาดนั้นส่วนตัวเป็นคน Gen Y ตอนปลายซึ่งเป็นคนยุคผสมผสานระหว่างคนรุ่นเก่าและคนรุ่นใหม่ ซึ่งในที่ทำงานเอง Gen Y ตอนปลายก็ยังถูกมองว่าเป็นคนรุ่นใหม่ด้วยซ้ำ

เหตุที่ไม่เชื่อเรื่อง Metaverse เลยเพราะผมมองว่ามนุษย์อย่างไรก็คือมนุษย์ต้องการปฎิสัมพันธ์ต้องการเจอกันต้องการร่วมประสบการณ์ด้วยกันแบบจริง ๆ และผมเชื่อแบบนี้มาตลอด

แต่อย่างว่าครับ ชีวิตมันต้องมีจุดเปลี่ยน โดยจุดเปลี่ยนมักจะเริ่มจากคำว่า “จนกระทั่ง”

“จนกระทั่ง” ผมได้ไปเปิดดู TikTok ดูครับ

TikTok ไม่ใช่ Application โปรดที่ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมงในแต่ละวันจะเข้าไปดูอัปเดตเทรนด์ วันละครั้งสองครั้งเท่านั้นและเห็นว่า

มี Content ที่เป็น Metaverse เต็มไปหมดโดยที่เราไม่รู้ตัว อาธิเช่น Influencer ที่เคยแต่งหน้า ตอนนี้มาทำคอนเท้นต์เกม โลกเสมือนจริง Gen Z, Gen Alpha ผนวกตัวเองกับเข้าโลกเสมือนเต็มไปหมด นั่นเป็นจุดที่ผมกลัว คือการที่รู้สึกว่า หรือตัวเองจะ out to date ไปแล้วนะคงถึงเวลาที่ต้อง Unlearn, Re-learn จริง ๆ แน่

กลับมาที่การตลาดแบบ Metaverse ที่ผมไม่เคยเชื่อแต่ปัจจุบันเริ่มมองว่าสมเหตุสมผลมากขึ้น

การตลาดตามทฤษฎีของ ซีรีส์ Marketing 1.0 ตลอดจนไปถึง 6.0 ของอาจารย์ Philip Kotler, Hermawan Kartajaya, Iwan Setiawan

แบ่งแยกเราเป็นยุค ๆ ที่มีเทคโนโลยีทางการตลาดเข้ามาดังนี้

  • Marketing 1.0 เป็นยุคขับเคลื่อนด้วย Product
  • Marketing 2.0 ขับเคลื่อนจากลูกค้า
  • Marketing 3.0 ขับเคลื่อนจากความยั่งยืนของการตลาด
  • Marketing 4.0 ผนวกเข้า Digital
  • Marketing 5.0 ขับเคลื่อนด้วย AI
  • Marketing 6.0 เชื่อมผสานโลกจริงกับโลกเสมือน

การตลาดอดีตและปัจจุบัน

“การตลาดเป็นศาสตร์ ที่มุ่งหมายเพื่อยกระดับชีวิตของมวลมนุษย์และช่วยเสริมสร้างประโยชน์ส่วนรวม”

ฟิลิป คอตเลอร์

ส่วนตัวแล้วทำงานด้านการตลาดตลอดมาครับได้เห็นพลวัตทางสังคมประมาณหนึ่ง ซึ่งผู้ประกอบการไทยที่ให้คำปรึกษาอยู่นั้นจำนวนมากยังไม่ได้มองภาพต่างไปจากเดิมมากนักคือการตลาดเพื่อการเพิ่มยอดขายเป็นหลัก ซึ่งแตกต่างจากองค์กรใหญ่ หรือองค์กรที่มีความมั่นคงแบบเต็มที่แล้วเขาจะมองการตลาดไปในวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้ามากกว่า ก็คือจะอยู่ร่วมกับโลกนี้แบบยั่งยืนต่อไปได้อย่างไร แบรนด์จะครองใจผู้บริโภคยุคใหม่ ๆ ได้อย่างไร เพราะคงเห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่จะกลายเป็นผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อในที่สุด

ซึ่งสอดคล้องกับทฤษฎีของอาจารย์ Kotler ตั้งแต่ Marketing 1.0 ที่ยึดการตลาดที่ขับเคลื่อนโดยผลิตภัณฑ์, การตลาดที่ขับเคลื่อนโดยลูกค้า Marketing 2.0 ต่อไปจนถึงยึดมนุษย์เป็นศูนย์กลางใน Marketing 3.0

แต่สำหรับ Marketing 3.0 ที่ออกมาตั้งแต่ 2010 นั่นได้ผนวกเรื่องความยั่งยืนไว้ด้วย ซึ่งเป็นการมองการณ์ได้ไกลพอสมควรเลยล่ะครับ เพราะช่วง10 ปีให้หลัง สหประชาชาติก็มีการตั้งเป้าหมายร่วมกัน กล่าวคือ SDGs ที่เราอาจจะคุ้นเคยกันบ้างแล้ว ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนร่วมกัน

ดังนั้นการตลาด คือ เครื่องมือสำคัญในการสื่อสารค่านิยมและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าของบริษัทและธุรกิจ หรือหน่วยงานใด ๆ ก็ตาม

อีกทั้งยังทำหน้าที่อย่างดีในการขยายตลาดออกไปในวงกว้าง การสื่อสารค่านิยมในวงกว้างอีกด้วย การตลาดจึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารวาระสำคัญของโลกอย่าง SDGs ให้เข้าใกล้เป้าหมายไปอีกหนึ่งก้าว

การตลาดในปัจจุบันจึงไม่เหมือนที่เป็นมาแล้วครับ อย่างที่อาจารย์ Kotler บอกว่า “การตลาดเป็นศาสตร์ ที่มุ่งหมายเพื่อยกระดับชีวิตของมวลมนุษย์และช่วยเสริมสร้างประโยชน์ส่วนรวม” และมันคงจะดีถ้าเรามีนักการตลาดที่มีบทบาทในสังคมปัจจุบันคิดในทิศทางเดียวกันทั้งหมดโลกคงดีขึ้นเยอะ

กรณีศึกษาการตลาดที่สร้างคุณค่าให้แก่โลกได้

ซึ่งเป็นกรณีของ Google กับโครงการ Next Billion Users ได้ใช้ทักษะด้านการตลาดทำความเข้าใจตลาดและเปิดตัวผลิตภัณฑ์ กูเกิลเลนส์ (Google lens) ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะคุ้นเคยกันดี ทีนี้กูเกิลเลนส์ มีบทบาทมากในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนาให้ปรับใช้เทคโนโลยีได้เร็วขึ้นคือการ ใช้กูเกิลเลนส์ในการอ่านตัวหนังสือออกมาเป็นเสียงให้กับคนที่ไม่รู้หนังสือฟังได้

4.0 มาถึง Meta Marketing ได้อย่างไร

อย่างที่เราเข้าใจดี ดิจิทัลมีบทบาททางการตลาดอย่างมากในยุคหลัง แต่ดิจิทัลที่ว่านั้นเป็นการตลาด 4.0 ตามนิยามของอาจารย์ Kotler เท่านั้นเองครับ

4.0 นั้นเรามุ่งไปที่ Content เป็นหลัก เราจะเห็นนักการตลาดที่อยู่ในยุคนี้มีคำพูดติดปากคือ “Content is King” ซึ่งมันก็ไม่ได้ผิดอะไร แถมถูกในทุกยุคทุกสมัยด้วยซ้ำ การตลาดในยุคนี้เป็นช่วงการทำเนื้อหาในทุก ๆ ช่องทางให้ครอบคลุม หรือที่เราอาจคุ้นชินกับคำว่า Multichannel Marketing ตลอดไปจนพัฒนามาเป็นการตลาดแบบใช้ทุกช่องทางส่งเสริมกันอย่าง Omnichannel Marketing ซึ่งกลยุทธ์ดังกล่าวนั้นเองทำให้ต่อยอดได้มาถึงยุคการตลาด 5.0 ครับ

การตลาด 5.0 คือการเริ่มมีการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ ๆ (อาจเกิดมานานแล้วแต่อย่างน้อยที่สุดเริ่มมาเป็นกระแสหลักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา) นั่นก็คือ Artificial intelligence- AI

ยุค AI lead Marketing นั้นทำให้เกิดความเห็นแยกเป็นสองฝ่ายทั้งฝ่ายสนับสนุนว่าจะมีประโยชน์หรือฝ่ายที่มองว่า AI เป็นภัยคุกคาม แต่คงไม่มีใครปฎิเสธได้นะครับว่า AI มีอิทธิพลต่อเรามากจริง ๆ โดยที่เราไม่รู้ตัวการตลาดยุคนี้จะผนวก AI กับเทคโนโลยีที่เราเจอชีวิตประจำวันคอยเลือกคัดสรรสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้พบได้เห็นแบบ Personalized สุด ๆ เราจะได้เห็น Content ที่เราอยากจะเห็น เราจะได้เห็นสิ่งที่เราเพิ่งพูดไปกับเพื่อนใน Social Media ให้เราได้ Shopping กันต่อ ได้เห็น Promotion ของสิ่งต่าง ๆ แบบ Omnichannel ที่เราเพิ่งไปอ่านเนื้อหาเกี่ยวกับมันมา นี่คือ AI ที่เราพบเห็นในชีวิตประจำวันโดยที่เราไม่รู้ตัวครับ

และผู้นำด้าน AI อย่าง OpenAI ก็ได้เปิดตัว ChatGPT และเพิ่งนำเสนอ ChatGPT4.0 ไปได้ไม่นานซึ่งได้เห็นความก้าวหน้าของ AI ว่ามันจะไปต่อในทิศทางไหน ซึ่งทุกคนที่อ่านอยู่ล้วนเจอประสบการณ์จาก AI กันมาหมดแล้วเชื่อผมเถอะ

ใน Model ของภาษา AI มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางแตกต่างกัน และในบางกรณีที่บริษัทอย่าง OpenAI ทำคือเขาให้ AI ซึ่งเป็นโมเดลภาษานั้นคุยกันเองหรือพูดง่าย ๆ คือให้ AI ที่ถนัดอย่างหนึ่ง คุยกับ AI ที่ถนัดอีกอย่างหนึ่ง ผสมผสานเป็นคำตอบเพื่อตอบสนองความต้องการมนุษย์อย่างเรา ๆ

ต่อมาที่ Metaverse อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่าไม่เคยเชื่อเรื่อง Metaverse เพราะไปติดภาพจำว่า Facebook กำลังต้องการผลประโยชน์ทางการตลาดจากการเปลี่ยนตัวเองเป็น META แต่จริง ๆ แล้ว META มันมีอะไรมากกว่านั้น META ในที่นี้เราจึงไม่ได้หมายถึง Facebook หรือสิ่งที่ Facebook กำลังทำนะครับ

Marketing 6.0 Theme หลักคือการผสานโลกจริงกับโลกเสมือน หรือเทคโนโลยีเข้าร่วมกันแบบไร้เส้นแบ่ง ผมเห็นบริษัทที่ทำได้ดีและผมก็ใช้โดยที่ลืมไปว่ามันคือก้าวใหม่ของ Meta Marketing ไปแล้วยกตัวอย่างเช่น IKEA ให้เราเอาเฟอร์นิเจอร์แบบ 3 มิติเอาไปตั้งหรือเราสามารถดูมุมต่าง ๆ สีต่าง ๆ ของเฟอร์นิเจอร์นั้นว่ามันเหมาะกับเราหรือไม่

จุดนี้เป็นจุดที่เทคโนโลยีตีเข้าหน้าผมอย่างจังเลยว่าทำไมถึงไม่เชื่อทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ใช้งานมันเป็นประจำ ซึ่งเป็นการใช้ AR (Augmented Reality) และ VR (Virtual Reality) มาผสมกันเพื่อประโยชน์ของธุรกิจและเพื่อความสะดวกสบายของลูกค้า ซึ่งการผสานกันระหว่าง AR และ VR ถูกเรียกรวมอย่างกว้าง ๆ ว่า XR (Extended Reality)

ซึ่งขั้นกว่า XR คือการได้เข้าไปอยู่ในโลกเสมือน จุดนี้เองเป็นส่วนหนึ่งของ Meta Marketing คือ Metaverse เลย ซึ่งเราจะเห็นบางแคมเปญการตลาดหรือคอนเสิร์ตของ Ariana Grande ที่ไปจัดใน Metaverse โลกเสมือนจริงใน Fortnite หรือช่วงเลือกตั้งสหรัฐ 2020 ประธานาธิบดี Joe Biden ก็ไปหาเสียงใน Metaverse เช่นเดียวกัน และ Metaverse ก็ยังถูกใช้เป็นเครื่องมือการหาเสียงของเกาหลีใต้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดอีกด้วย

ดังนั้น METAMARKETING จึงเป็นการตลาดที่ผสมผสานกันระหว่างโลกจริงกับโลกดิจิทัล ทำให้ไม่มีเส้นแบ่งอยู่เลย ก่อให้เกิดประสบการณ์ที่เชื่อมผสานกัน Kotler ใช้คำว่าเป็นประสบการณ์ของโลกดิจิทัลชั้นสูง

META เป็นคำถาษากรีกซึ่งหมายถึง “อยู่เหนือ” หรือ “ข้ามพ้นไปเลย” META MARKETING จึงนิยามได้ว่าเป็นแนวทางการตลาดที่อยู่เหนือเส้นแบ่งโลกจริงกับโลกเสมือนดิจิทัลให้ผู้บริโภคมองไม่เห็นความต่างระหว่างสองโลกนั่นเอง

ระดับชั้นของ META MARKETING

Marketing 6.0 ได้มีการแบ่งลำดับชั้นของการตลาด META ไว้ด้วยเช่นกัน ซึ่งผมเข้าใจว่าเป็นการแบ่งให้เข้าใจถึงลำดับที่ผู้บริโภคผนวกกับ Meta ได้จริง ๆ ซึ่งอาจารย์ Kotler แบ่งไว้เป็น 3 ชั้นคือ

  1. ชั้นตั้งต้น – ในชั้นนี้จะเป็นชั้นที่ผู้บริโภคเริ่มได้คุ้นชินกับเทคโนโลยี อาธิเช่น IoT, AI, AR และ VR, บล็อกเชน
  2. ชั้นสภาพแวดล้อม – คือเริ่มมีการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมของตนไปอยู่ใน Metaverse หรือมีการใช้ XR (Extended Reality) ในชีวิตประจำวันบ้างแล้ว
  3. ชั้นประสบการณ์ – เริ่มมีการใช้โลกเสมือนผนวกกับโลกจริงโดยไม่มีเส้นแบ่ง

การเดินทางของการตลาด

ความเปลี่ยนไปของการตลาดมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษยชาติ และความต้องการของมนุษย์ที่สูงขึ้น เท่าที่อ่านดูแล้วแต่ก่อนอาจจะดูเหมือนเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ดังที่ผมคิด แต่หากใครมีลูกเล็ก หรือหลาน ๆ เราจะเห็นเขาโตมากับสิ่งพวกนี้ GEN Alpha ที่ใช้เทคโนโลยีเป็นโดยที่ไม่ต้องสอน ทุกวันนี้ Gen Z กลายเป็นวัยทำงานกันแล้ว Gen Z และ Alpha ถือเป็น Gen Digital โดยกำเนิด การตลาด META จึงจะมีอิทธิพลอย่างมากในอนาคตอันใกล้

การเดินทางของการตลาด จากการตลาดแบบหลายช่องทางมาสู่ META ที่อยู่เหนือเส้นแบ่งระหว่างแต่ละช่องทาง นักการตลาดต้องเริ่มให้ความสำคัญกับหลาย ๆ ช่องทางนี้ในการปรับใช้ในธุรกิจ และเมื่อเรามีเครื่องมือแล้ว นักการตลาดไม่ควรลืมคุณค่าของความสามารถที่ตนสามารถทำได้ครับ คือทำการตลาดอย่างมีจริยธรรมคุณธรรมเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมด้วยตามที่อาจารย์ Kotler บอกไว้ “การตลาดเป็นศาสตร์ ที่มุ่งหมายเพื่อยกระดับชีวิตของมวลมนุษย์และช่วยเสริมสร้างประโยชน์ส่วนรวม”



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

You May Also Like
สิ่งแวดล้อม Environmental
Read More

สิ่งแวดล้อม เราใส่ใจกับมันแค่ไหน

สิ่งแวดล้อม เราใส่ใจกับมันแค่ไหน หลาย ๆ คนให้ความสำคัญ รวมทั้งผู้นำระดับโลกต่างก็บอกว่ามันสำคัญ แต่จริง ๆ แล้วเราให้ความสำคัญกับมันจริงหรือ
Read More
SDGs UNDP
Read More

SDGs เป้าหมายแห่งสหประชาชาติ กับการทำธุรกิจ

SDGs เป้าหมายแห่งสหประชาชาติ กับการทำธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันเราจะได้ยินศัพท์ใหม่ ๆ เต็มไปหมด ตั้งแต่ BCG, ESG, CSV, PPP ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เราใส่ใจต่อสังคมมากยิ่งขึ้น แล้วมาดูกันว่า SDGs หรือ เป้าหมายความยั่งยืนแห่งสหประชาชาติ จะสัมพันธ์กับการทำธุรกิจเราได้อย่างไร และทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องนี้
Read More
การมีส่วนร่วมของประชาชน ในการประชุมสภา และคณะกรรมาธิการเรื่องขยะ Karnnikro
Read More

การมีส่วนร่วมของประชาชน กับการประชุมครั้งสุดท้ายในรัฐสภา

การมีส่วนร่วมของประชาชน : ประชุมสภาในฐานะที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการคณะพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ของผมนั้นได้เข้าร่วมแบบพยายามทำประโยชน์ให้กับประเทศมากที่สุด แต่ว่าคาดหวังกับมันมากกว่านี้ในอนาคต หากมีโอกาสได้เข้ามาทำงานอีก
Read More
บางขุนเทียน TEDx karn nikrosahakiat
Read More

พาบางขุนเทียน ไป เติบโต งดงาม บน ความยั่งยืน กับ TEDx

ความยั่งยืน ของบางขุนเทียนจะไป เติบโต และ งดงาม อย่างยั่งยืน ให้บางขุนเทียน ไปต่อชูเรื่องความยั่งยืน ให้เป็นจุดแข็งของบางขุนเทียนปีนี้!
Read More